หากคุณมี ความฝัน แล้วทำไมต้องรอ

คนเราทุกคนเกิดมา มีความฝัน แตกต่างกันไป แต่จะมีสักกี่คนที่เดินทางไปสู่ฝันได้สำเร็จ ทุกคนล้วนมีเส้นทางเดินของตัวเอง อาจมีคนชี้ทางสว่าง ชี้ทางมืด ให้เดินไป แต่สุดท้าย ตัวเราเองนั่นแหละที่จะเป็นคนเลือกทางเดินนั้น และ ระหว่างทาง มันจะมีสิ่งสวยงาม และ น่ากลัว คละเคล้ากันไป ถ้าในระหว่างเดิน เรามัวแต่รุ่มหลงระเริงกับความสวยงาม ความตื่นเต้น ความสะใจ เราก็อาจเพียงแค่เสียเวลา แวะพักผ่อนกับความเพลิดเพลินนั้น นานไปหน่อย แต่บางคนอาจต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เมื่อถูกกับดักเหล่านั้นมัดตรึงเอาไว้ นานเท่านาน ในหนังสือความฝันโง่ๆ ของวินทร์ เลียววาริณ ได้ตั้งคำถามหนึ่งน่าสนใจ คือ ทำไมคนเราต้องทำในสิ่งที่อยากทำในช่วงท้ายของชีวิต “หากมีฝัน แล้วทำไมต้องรอ” เมื่ออายุมากขึ้น คนมักจะเลิกฝันหรือทิ้งความฝัน หรือไม่บางคนก็เคยสะดุดฝันมาแล้วเพียงแค่เริ่มก้าวแรก แล้วคิดใหม่ว่าช่วงสุดท้ายของชีวิตที่มีเงินเต็มกระเป๋าเมื่อไร เขาจะทำในสิ่งที่อยากทำ ทุกคนวาดหวังโดยลืมนึกถึงสัจธรรมของชีวิต ซึ่งไม่มีใครรู้หรอกครับว่าวันที่เงินเต็มกระเป๋านั้น สุขภาพของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง ยังเดินได้ หรือต้องนั่งรถเข็น การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนกับ “ปัจจุบัน” “ไปไม่ถึงฝัน ยังดีกว่าไม่ได้ลองทำตามฝัน” บางคนไม่เชื่อว่าตัวเองว่า มีความสามารถพอที่จะทำให้ความฝันเป็นจริงได้ เนื่องจากโดนกรอบที่เรียกว่า “ความกลัว” มาบีบความฝันให้เล็กลง จนในที่สุดก็ไม่รู้ว่าความฝันเหล่านั้นมันได้สูญหายไปไหน? และก็มีเหตุผลมาบอกกับตัวเองว่า