การซ่อมแซมบ้าน ที่พังไปตามกาลเวลา เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ ทุกกิจกรรม ทุกค่าใช้จ่าย ถูกหยุดเพื่อการทำกิจกรรมซ่อมบ้านครั้งนี้ การระดมทุน การเก็บข้าวเก็บของ มันเหนื่อยนะ แถมไหนจะเรื่องช่างที่จะมาทำบ้านอีก บางคน คนกันเองแท้ๆ ทำกันได้ รับเหมางานไปแล้ว เงินจ่ายครบ แต่ทิ้งงาน หลังคาโหว่ กันสาด ยังไม่เริ่มทำ โอ๊ย ไหนจะ ฝ้าเพดานยิบซั่มที่มันถล่มลงมา ตอนฝนตก เพราะว่าไม่มีหลังคา น้ำเลยไหลลงมาที่ฝ้าเพดานชั้นล่าง จะเหลืออะไร แล้วมาเมื่อวานนี้ ผมเก็บฝุ่น กับเศษวัสดุ ที่ช่างเจ้าใหม่เข้ามาทำ เลยเผลอ เอาเท้าไปเขี่ยตะปู ซึ่งผมเห็นมันแล้ว แต่มือไม่ว่าง เลยเอาเท้าเขี่ย กะว่าจะให้พ้นทาง ไอ้เจ้าตะปูเจ้ากรรม มันเป็นตะปูเก่าๆ ที่ช่างถอนออกมาจากหลังคา ยาวสองนิ้ว แล้วมันดันงออยู่ ส่วนที่งอมันปักเข้าไปตรงกลางฝ่าเท้า ผลคือ มันปักเข้าไปประมาณ สองเซ็น ต้องมานั่งดึงออก มันก็ไม่ออกง่ายๆนะสิ บรรดาช่างน้อย ช่างใหญ่ ก็มานั่งลุ้นช่วยผมดึงตะปูออก เฮียๆ กลั้นใจดึงเลย เฮีย ว่าไปนั่น ผมสิครัช กัดฟันดึงทีเดียว พรวดออกมา ถึงรู้ว่าที่มันปักอยู่ในเท้าผมน่ะ เกือบๆ สองเซ็น สนิมทั้งนั้น สงสัยจะต้องไปฉีดยากันบาดทะยัก เสียแล้ว จำได้ว่าครั้งสุดท้าย น่าจะเกินสิบปีมาแล้ว

การฉีดวัคซีนกันบาดทะยัก จำเป็นต้องทำ เพราะว่า การปล่อยให้แผลมันหายเองนั้น ก็ทำได้ แต่ว่า เชื้อบาดทะยักนั้น อาจเข้าไปในร่างกาย ทำให้เกิดผลร้ายตามมาเช่น กล้ามเนื้อเกร็ง ชักกระตุก ซึ่งไม่ดีแน่ สำหรับคนชอบปั่นจักรยานอย่างผม และผมก็มี ประกันสังคม ฉีดฟรีครับ ไปหาหมอที่คุณทำประกันไว้ได้เลย รอคิวนิดหน่อย พยาบาลหน้าตาน่ารัก ก็ฉีดยาใส่ที่ต้นแขนเบาๆ นิ่มๆ แต่ปวดคอดๆ 555 และอีกเดือนหนึ่ง ก็นัดมาฉีดใหม่ สงสัยอยากเจอกับผมอีก อ๋อ ไม่ใช่ เขาต้องฉีดให้ครบ สามเข็ม เว้นไปหนึ่งเดือน จากเข็มแรก และ เว้นไปอีก หกเดือน สำหรับเข็มที่สาม อ๊าคคคค พิมพ์ไป ปวดแขนไป แถมได้ยามากินอีก ถุงใหญ่ๆ เภสัชที่แจกยาก็น่ารักซะ เออ สรุปวันนี้ ผมสนุกกับการไปหาหมอจังเลย คริ คริ