บางคนชอบบ่นว่าต้องตื่นตั้งแต่ตีห้ารีบขับรถไปจอดจองที่อยู่บนถนน กว่าจะถึงที่ทำงานก็สายโด่ง ตกเย็นกว่าจะเอารถออกจากที่จอดได้ เพื่อมาจองที่จอดอยู่บนถนนอีกครั้งก็ปาไปทุ่มแล้ว กว่าจะคลานกลับไปถึงบ้านได้ ก็สี่ทุ่ม จะเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย ยิ่งขับรถมาเหนื่อยๆ มันเพลีย ก็ยิ่งต้องหาอะไรเย็นๆ อร่อยๆ กินเพื่อความสดชื่น ทำเอามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ค่อยๆอวบขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง …เอ่อ ผมไม่อยากจะพูดถึงมัน

วันนี้ผมมาถึงที่ทำงานไวหน่อย ก็เลยนึกสนุกเดินขึ้นไปชั้น10 โดยไม่ใช้ลิฟโดยสาร ลองดูสมรรถนะ ของร่างกายซิจะไหวไหม ก็เดินขึ้นมาเรื่อยๆ ทีละก้าวช้าๆ แต่มั่นคง ไปถึงชั้นสิบได้ ด้วยเวลา ไม่น่าจะเกิน 5 นาที มีอาการหอบเล็กน้อย เหงื่อซึมๆ แต่นั่งพักสัก สองนาที ก็หายเหนื่อย ลงลิฟไปกินข้าวต่ออีกรอบ ฮ่าๆๆ

**การเดินขึ้นบันไดตึก 10 ชั้นจะใช้พลังงานไปประมาณ 100Kcal นะครับ**

มีการทดลองของ ดร.ลิวอิส ฮาลซี (Lewis Halsey) อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต มหาวิทยาลัยโรแฮมต้น ประเทศอังกฤษ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “การเดินขึ้นบันไดอย่างช้าๆ” และขึ้นบันไดทีละขั้น สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการเดินขึ้นบันไดเร็วและก้าวขึ้นบันไดทีเดียวตั้งแต่ 2 ขั้นขึ้นไป เพราะการเดินขึ้นบันได้อย่างช้าจะทำให้เราใช้กล้ามเนื้อและเวลาในการเดินมากกว่าการเดินเร็ว ทำให้ช่วยทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกายมากกว่านั่นเอง

เคล็ดลับการเดินขึ้นบันไดเพื่อช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล

  • เดินขึ้นอย่างช้าๆ โดยการก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น
    เวลาที่ก้าวแต่ละก้าวควรเหยียบลงที่พื้นให้เต็มเท้า และค่อยๆวางเท้าลงกับพื้นอย่างเบาๆ เพื่อลดแรงกระแทกที่รุนแรง ซึ่งจะส่งผลต่อข้อต่อบริเวณข้อเท้าและหัวเข่าได้
  • ก้าวเท้าด้วยจังหวะที่คงที่ ก้าวให้สม่ำเสมอ ค่อยๆเดินไปด้วยความเร็วคงที่
    ระหว่างที่ก้าวเดินให้มองต่ำลงไปที่พื้นเพื่อดูการก้าวเท้าของเรา จะได้ช่วยป้องการการก้าวเดินพลาด ซึ่งอาจจะทำให้เราบาดเจ็บได้
  • การเดินขึ้นบันได ช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการเดินลงบันได 3 เท่า โดยสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8 – 11 กิโลแคลอรีต่อนาที ซึ่งนับว่าสุงหากเทียบกับการออกกำลังแบบทั่วๆไป
  • อย่าหักโหมมากไปเดี๋ยวจะบาดเจ็บเอาได้ ในช่วงแรกๆหากเรายังไม่เคยออกกำลังด้วยการเดินขึ้นบันได ให้เราเดินขึ้นให้น้อยชั้นก่อน คือเดินประมาณ 1-2 ชั้น ก่อน แต่จะให้ดีควรมีการเดินในแนวราบช่วยด้วยจะช่วยให้เราเดินได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ทำให้เราเจ็บข้อ โดยวิธีเดินอาจจะทำการเดินขึ้นบันได 1 ชั้น แล้วต่อด้วยเดินพื้นราบอีก 50 เมตร แล้วค่อยเดินขึ้นไปอีกชั้น โดยช่วงเริ่มต้นอาจจะเดินสลับกันไปมาสัก 3 ชั้นก่อน เมื่อกำลังเริ่มอยู่ตัวและกล้ามเนื้อเริ่มเคยชินกับการออกกำลังกายแบบนี้แล้ว ค่อยเพิ่มจำนวนชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ อาจจะเป็น 5 ชั้น 8 ชั้นก็ว่ากันไป
  • เวลาเดินขึ้นบันไดลดความอ้วนนั้นควรเดินให้ใกล้ๆกับราวบันไดเข้าไว้ เผื่อเกิดขาอ่อนขึ้นมาจะได้จับราวไว้ทัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิต หนักๆเข้าเกิดเป็นลมกลิ้งตกบันไดมามันจะไม่คุ้มกันนะครับ

ผลที่ได้จากการเดินขึ้นบันได

  • น้ำหนักลดลงแน่นอน หากมีการเดินขึ้นลงบันได้อย่างต่อเนื่อง เดินสักวันละ 5 ชั้น อาทิตย์ละ 5 วัน รับรองว่าผอมแน่นอน (แต่ถ้ายิ่งเดินยิ่งกินอันนี้ก็คงไม่ลดนะครับ)
  • ช่วยให้กล้ามเนื้อขากระชับยิ่งขึ้น การเดินขึ้นลงบันไดเป็นการใช้กล้ามเนื้อขาเป็นหลัก เพราะฉะนั้นใครมีปัญหาเรื่องไขมันที่ขา ขาใหญ่ ขาหมู การเดินขึ้นลงบันได้จะช่วยให้ขาคุณเรียวเล็ก ไร้ไขมันได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยลดไขมันในเลือดอย่างน้อย 8% การเดินขึ้นลงบันไดสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวเลว หรือ LDL ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ได้ถึง 8% หากมีการเดินออกกำลังอย่างต่อเนื่อง
  • ลดรอยเหี่ยย่นทุกส่วนของร่างกาย
  • ทำให้หัวใจและปอดทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 20%
  • ทำให้ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังลดลง มีความหนาของชั้นไขมันน้อยลง เพราะมันเปลี่ยนไปเป็นกล้ามเนื้อหมดแล้ว