December1 , 2021

    อีกหนึ่งวิธี ที่จะช่วยเผาผลาญใขมันลดน้ำหนักได้ง่าย

    Related

    อย่าหาทำ อัพเดท MacOS Monterey

    เอาแล้ว mac เล่นกรูแล้ว อัพเดทไปเป็น mac monterey 12.0.1 แล้วเมื่อไม่นาน แต่ตอนนี้...

    บิตคอยน์ดิ่งลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ

    ตลาดคริปโตผันผวน บิตคอยน์เจ้าตลาดดิ่งแรง หลังนักเทรดกังวลการเก็บภาษีในสหรัฐฯ รวมถึงข้อกำหนดให้โบรกเกอร์เปิดเผยข้อมูลนักเทรด นักวิเคราะห์เตือนอาจเกิดโดมิโนเอฟเฟกต์ เหรียญคริปโตเจ้าตลาดอย่างบิตคอยน์ และอีเธอเรียม ผันผวนหนัก บิตคอยน์ดิ่งลงต่ำกว่า 60,000...

    Now Is the Time to Think About Your Small-Business Success

    Find people with high expectations and a low tolerance...

    Program Will Lend $10M to Detroit Minority Businesses

    Find people with high expectations and a low tolerance...

    Kansas City Has a Massive Array of Big National Companies

    Find people with high expectations and a low tolerance...

    Share

    บางคนชอบบ่นว่าต้องตื่นตั้งแต่ตีห้ารีบขับรถไปจอดจองที่อยู่บนถนน กว่าจะถึงที่ทำงานก็สายโด่ง ตกเย็นกว่าจะเอารถออกจากที่จอดได้ เพื่อมาจองที่จอดอยู่บนถนนอีกครั้งก็ปาไปทุ่มแล้ว กว่าจะคลานกลับไปถึงบ้านได้ ก็สี่ทุ่ม จะเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย ยิ่งขับรถมาเหนื่อยๆ มันเพลีย ก็ยิ่งต้องหาอะไรเย็นๆ อร่อยๆ กินเพื่อความสดชื่น ทำเอามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ค่อยๆอวบขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง …เอ่อ ผมไม่อยากจะพูดถึงมัน

    วันนี้ผมมาถึงที่ทำงานไวหน่อย ก็เลยนึกสนุกเดินขึ้นไปชั้น10 โดยไม่ใช้ลิฟโดยสาร ลองดูสมรรถนะ ของร่างกายซิจะไหวไหม ก็เดินขึ้นมาเรื่อยๆ ทีละก้าวช้าๆ แต่มั่นคง ไปถึงชั้นสิบได้ ด้วยเวลา ไม่น่าจะเกิน 5 นาที มีอาการหอบเล็กน้อย เหงื่อซึมๆ แต่นั่งพักสัก สองนาที ก็หายเหนื่อย ลงลิฟไปกินข้าวต่ออีกรอบ ฮ่าๆๆ

    **การเดินขึ้นบันไดตึก 10 ชั้นจะใช้พลังงานไปประมาณ 100Kcal นะครับ**

    มีการทดลองของ ดร.ลิวอิส ฮาลซี (Lewis Halsey) อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต มหาวิทยาลัยโรแฮมต้น ประเทศอังกฤษ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “การเดินขึ้นบันไดอย่างช้าๆ” และขึ้นบันไดทีละขั้น สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการเดินขึ้นบันไดเร็วและก้าวขึ้นบันไดทีเดียวตั้งแต่ 2 ขั้นขึ้นไป เพราะการเดินขึ้นบันได้อย่างช้าจะทำให้เราใช้กล้ามเนื้อและเวลาในการเดินมากกว่าการเดินเร็ว ทำให้ช่วยทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกายมากกว่านั่นเอง

    เคล็ดลับการเดินขึ้นบันไดเพื่อช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล

    • เดินขึ้นอย่างช้าๆ โดยการก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น
      เวลาที่ก้าวแต่ละก้าวควรเหยียบลงที่พื้นให้เต็มเท้า และค่อยๆวางเท้าลงกับพื้นอย่างเบาๆ เพื่อลดแรงกระแทกที่รุนแรง ซึ่งจะส่งผลต่อข้อต่อบริเวณข้อเท้าและหัวเข่าได้
    • ก้าวเท้าด้วยจังหวะที่คงที่ ก้าวให้สม่ำเสมอ ค่อยๆเดินไปด้วยความเร็วคงที่
      ระหว่างที่ก้าวเดินให้มองต่ำลงไปที่พื้นเพื่อดูการก้าวเท้าของเรา จะได้ช่วยป้องการการก้าวเดินพลาด ซึ่งอาจจะทำให้เราบาดเจ็บได้
    • การเดินขึ้นบันได ช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการเดินลงบันได 3 เท่า โดยสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8 – 11 กิโลแคลอรีต่อนาที ซึ่งนับว่าสุงหากเทียบกับการออกกำลังแบบทั่วๆไป
    • อย่าหักโหมมากไปเดี๋ยวจะบาดเจ็บเอาได้ ในช่วงแรกๆหากเรายังไม่เคยออกกำลังด้วยการเดินขึ้นบันได ให้เราเดินขึ้นให้น้อยชั้นก่อน คือเดินประมาณ 1-2 ชั้น ก่อน แต่จะให้ดีควรมีการเดินในแนวราบช่วยด้วยจะช่วยให้เราเดินได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ทำให้เราเจ็บข้อ โดยวิธีเดินอาจจะทำการเดินขึ้นบันได 1 ชั้น แล้วต่อด้วยเดินพื้นราบอีก 50 เมตร แล้วค่อยเดินขึ้นไปอีกชั้น โดยช่วงเริ่มต้นอาจจะเดินสลับกันไปมาสัก 3 ชั้นก่อน เมื่อกำลังเริ่มอยู่ตัวและกล้ามเนื้อเริ่มเคยชินกับการออกกำลังกายแบบนี้แล้ว ค่อยเพิ่มจำนวนชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ อาจจะเป็น 5 ชั้น 8 ชั้นก็ว่ากันไป
    • เวลาเดินขึ้นบันไดลดความอ้วนนั้นควรเดินให้ใกล้ๆกับราวบันไดเข้าไว้ เผื่อเกิดขาอ่อนขึ้นมาจะได้จับราวไว้ทัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิต หนักๆเข้าเกิดเป็นลมกลิ้งตกบันไดมามันจะไม่คุ้มกันนะครับ

    ผลที่ได้จากการเดินขึ้นบันได

    • น้ำหนักลดลงแน่นอน หากมีการเดินขึ้นลงบันได้อย่างต่อเนื่อง เดินสักวันละ 5 ชั้น อาทิตย์ละ 5 วัน รับรองว่าผอมแน่นอน (แต่ถ้ายิ่งเดินยิ่งกินอันนี้ก็คงไม่ลดนะครับ)
    • ช่วยให้กล้ามเนื้อขากระชับยิ่งขึ้น การเดินขึ้นลงบันไดเป็นการใช้กล้ามเนื้อขาเป็นหลัก เพราะฉะนั้นใครมีปัญหาเรื่องไขมันที่ขา ขาใหญ่ ขาหมู การเดินขึ้นลงบันได้จะช่วยให้ขาคุณเรียวเล็ก ไร้ไขมันได้เป็นอย่างดี
    • ช่วยลดไขมันในเลือดอย่างน้อย 8% การเดินขึ้นลงบันไดสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวเลว หรือ LDL ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ได้ถึง 8% หากมีการเดินออกกำลังอย่างต่อเนื่อง
    • ลดรอยเหี่ยย่นทุกส่วนของร่างกาย
    • ทำให้หัวใจและปอดทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 20%
    • ทำให้ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังลดลง มีความหนาของชั้นไขมันน้อยลง เพราะมันเปลี่ยนไปเป็นกล้ามเนื้อหมดแล้ว
    spot_img