การตั้งใจเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น มันเป็นการคิดบวกอยู่แล้ว ทั้งๆที่อันที่จริง ชีวิตผมเองก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ก็มีบ้างที่โชคชะตาชีวิต ลิขิตให้พบกับความล้มเหลวบ้าง อะไรบ้าง แต่ผมไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตานั้น ผมต้องการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตให้ดีขึ้น ด้วยการคิดบวก เป็นเสต็ปแรก หรือวันที่หนึ่งของ การเปลี่ยนชีวิตด้วยหนังยาง ภายใน 21 วัน เมื่อวันแรกที่ผมอ่านหนังสือ “หนังยางล้างใจ” ของคุณบอย ผมก็เริ่มทำทันทีด้วยการใส่หนังยางเส้นที่แถมมากับหนังสือ ไว้ที่ข้อมือด้านซ้าย  ถ้าหากว่าเมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกตัวว่าคิดลบ ให้ดีดหนังยางเส้นนั้นหนึ่งที บางครั้งผมก็คิดลบไปแล้ว แต่ลืมดีดหนังยาง 555 แต่ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าแค่เตือนสติเท่านั้นก็พอ พอมาวันต่อๆมา ผมเริ่มรับรู้ว่า การคิดบวกมันเริ่มส่งผลในชีวิตผมทันที เวลาที่ผมจะออกจากบ้านไปทำงาน ผมจะขี่รถจักรยานยนต์ ไปเพราะเบื่อมากๆ กับการจราจรในทุกวันนี้ เพราะรถราแต่ละคัน มันต่างก็เร่งรีบไปให้ทันเวลาตอกบัตร เมื่อก่อนผมจะไม่สนใจหรอกว่าใครจะเบียดรถมอเตอร์ไซค์ ซูมเมอร์เอ็กซ์คันเล็กๆ อย่างผม ผมจะด่า ผมจะยกนิ้วให้ บางทีผมก็ยกตรีนให้เลยถ้ายกทัน บางทีผมก็ลืมคิดไปว่า การทำแบบนั้น ผมอาจไม่มีโอกาสได้มายืนหายใจ อยู่แบบทุกวันนี้ ถ้าหากว่า รถคู่กรณีอาจมีปืน หรือ ถ้าเค้าหมั่นไส้ผม เค้าแกล้งเบียดให้ผมล้มลงแล้วทับให้ผมตายเลยก็ได้ อารมณ์คนสมัยนี้ มันเดายาก แต่วันนี้ ผมใจเย็นลงมาก พยายามจะคิดบวกให้มากที่สุด ใครรีบไปก็เชิญไปก่อน อย่างน้อย ไฟแดงหน้า ผมก็จะมุดไปอยู่ แถวหน้าๆ สบายๆ  เวลาที่เราไม่เร่งรีบอะไรเราก็จะไม่คิดลบ พยายามออกจากบ้านเร็วขึ้น มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง ถ้าหลุมบ่อ ไม่มากมายอะไร ก็ขับขี่ชิดขอบทางซ้ายไว้ ให้รถแรงๆ เขาแซงไป มองข้างทางบ้าง อะไร บ้าง โอ๊ย มันชิลๆ เบิกบานในหัวใจเป็นที่สุด สมองมันจะโลดแล่นผิดปรกติ อาจเป็นเพราะเอ็นโดรฟิน มันหลั่งออกมา เวลาที่เราทำอะไรดีๆ

ปล. ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับหนังสือ “หนังยางล้างใจ” ของคุณบอยนะครับ เพียงแต่ว่าหนังสือดีๆ น่าอ่านเลยเอามาเล่าให้ฟัง สนใจก็ไปหาซื้อมาอ่านกันเอาเอง ผมไม่ให้ยืมนะ ผมยังอ่านไม่จบ 555