ไปอ่านเจอบทความนี้ จาก แมนาเจอร์ออนไลน์ ไม่อยากจะให้มัน ผ่านเลยไป ก็เลยเก็บลงบล๊อก เสียเลย

นายโจว หยานเฟิ่ง จากมณฑลเหอหนัน ยังชีพด้วยการเร่ขายคอเป็ด ขึ้นเวทีต่อหน้าผู้คนนับพัน และกรรมการจอมโหด ด้วยการแสดงชุดเชือดหมูอันเรียกเสียงโห่ฮาน่าขายหน้าต่อผู้คน

การแสดงซึ่งกินเวลาไม่ถึงนาทีของเขาจบลง พร้อมกับสัญญาณไฟ รูป “กากบาท” จากกรรมการทั้งสาม และสัญญาณมือของผู้ชมในห้องส่งที่ปฏิเสธการแสดงอันไร้ทักษะความคิดสร้าง สรรค์ของเขา

เกา เฉวียนซุง โปรดิวเซอร์เพลง กรรมการคนแรกถามเขาว่า “จบแล้วใช่ไหม”
โจว สี่ปั่ว ดาราทอล์ดโชว์ กรรมการอีกคนพูดทำนองว่า “นี่แสดงแล้วเหรอ”
เกา บอกว่า บนเวทีนี้ เราคงให้คุณไปต่อไม่ได้
อี้ เหนิง จิ้ง นักร้องไต้หวันชื่อดัง กรรมการอีกท่าน ก็เช่นกัน ที่ปฏิเสธการแสดงชุดนี้
โจว ผู้เข้าแข่งขันจากเหอหนันถูกคัดออก ได้กล่าวขอบคุณกรรมการทั้งสาม ก่อนที่จะขอพูดความรู้สึกในใจอะไรบางอย่าง

โจวบอกว่า เขาขึ้นเวทีนี้ เพื่อภรรยาของเขา “การร้องเพลงคือความสุขของภรรยาผม เราทั้งคู่ช่วยกันเร่เข็นรถขายคอเป็ด แบบหาเช้ากินค่ำทุกวัน ไม่เคยหยุดพัก มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่เรากำลังเข็นรถกลับบ้านตอนตีสาม ผมเข็นรถอยู่บนถนนใต้ทางยกระดับ ภรรยาซึ่งเดินข้างๆ ผมก็เริ่มร้องเพลงขึ้นมา ผมเฝ้ามองเธอ ในเวลานั้นหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก คิดถึงความไม่เอาไหนของตัวเอง ผมรู้ว่าเธอเหนื่อยมากในแต่ละวัน ผมอยากที่จะผ่านเข้ารอบไป เผื่อว่าจะได้เงินสักก้อนไปสร้างห้องร้องเพลงเล็กๆ ให้เธอ มันจะเล็กแค่ไหนก็ไม่เป็นไร วันนี้ ผมตกรอบแล้ว ผมเลยอยากจะขอแค่ให้โอกาสภรรยาผมได้ออกมายืนร้องเพลงบนเวทีนี้ สักท่อนก็ยังดี คำเดียวก็ได้ ผมขอร้องท่านกรรมการด้วยครับ”

กรรมการทั้งสามฟังเหตุผลของ โจว ก็ละล้าละลัง เพราะกฎการแสดงคือทุกคนมีโอกาสเพียงครั้งเดียว

อี้ บอกว่า โจวมีโอกาสแก้ตัวใหม่ ด้วยการกลับมาอีกครั้งในปีหน้า
ขณะที่กรรมการโจวบอกว่า ถ้าภรรยาร้องเก่งกว่า ทำไมต้องลงทุนมาเล่นเป็นหมูบนเวที

โจว ตอบว่า เขาอยากจะเป็นคนทำอะไรให้เธอด้วยตัวเอง จะให้เล่นเป็นหมู หรืออะไรก็ได้ทั้งนั้น

“ชีวิตเราไม่ได้มีอะไรให้พูดถึงมากไปกว่าการตื่นเช้าไปขายคอเป็ด กลับเข้าบ้านนอนได้ครู่หนึ่ง ก็ตื่นออกไปรับคอเป็ดมาขายอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ ตลอดปี และคงตลอดไป ไม่มีหยุดพัก ผมรู้สึกว่า ตัวเองไม่เอาไหน และยังทำอะไรได้ไม่ดีพอต่อภรรยา ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขตามควร”

ขณะที่ผู้ชมต่างเทใจ ตะโกนก้องตอบรับทั่วฮอลล์ กรรมการทั้งสามก็เริ่มปรึกษา กรรมการฯ โจวเสริมว่า ถ้าตกลงกันอย่างนี้ เธอก็ต้องออกมารับผลตัดสินของเธอเอง ส่วนคุณก็กลับไปเล่นหมูของคุณเองก็แล้วกัน

ในที่สุด ด้วยเสียงสนับสนุนจากผู้ชมในห้องส่ง กรรมการทั้งสามจึงใช้ดุลยพินิจด้วยเหตุผลว่าการแสดงของเขาดูเหมือนจะยังไม่จบ

ภรรยาของโจว ซึ่งยืนเอาใจช่วยโจวอยู่หลังม่านเวที ออกมากอดสามีหมูของเธอและร้องเพลง “โชคดีนะ, เพื่อนฉัน” บทเพลงของเถียน เล่ย เพียงท่อนเดียวสั้นๆ เพื่อปิดการแสดงที่ค้างอยู่ให้จบ

ความรักความผูกพันของทั้งสอง สร้างความรู้สึกอบอุ่นให้กับบรรดาผู้ชมและกรรมการ ที่ต่างรู้สึกพ้องต้องกันว่า แม้ชีวิตของทั้งสองคนจะผ่านไปแต่ละวันอย่างไม่มีอะไรให้น่าพูดถึง แต่เราก็ยังได้เห็นความหวังและความรักในบทเพลงของเธอ

ในที่สุดกรรมการทั้งสามท่านก็ลงความเห็นเอกฉันท์ให้โจวผู้ภรรยาผ่านเข้ารอบต่อไป

ภรรยาของโจวกล่าวว่า วันนี้ คนเร่ขายคอเป็ดริมถนนอย่างเธอ ได้โอกาสมายืนร้องเพลงให้คนมากมายฟัง เธออยากจะขอบคุณสามี แม้เขาจะไม่มีอะไรให้เธอ แต่สิ่งที่เขาพูดวันนี้มันมีค่ามาก และเธอพร้อมจะลำบากไปกับเขาตลอดชีวิต
จาก แมนเนเจอร๋ออนไลน๋

httpv://www.youtube.com/watch?v=7HKvcJBVYH4