เสี่ยยักษ์ วิชัย วชิรพงศ์ กับ การรู้จักพอในชีวิต

“ชีวิตตอนนี้อะไรที่ทำแล้วมีความสุขผมจะทำ เป้าหมายของชีวิตคืออะไร สุดท้ายเราต้องขึ้นไปไหว้พระบนภูเขา คุณต้องตาย (เอาอะไรไปไม่ได้) คุณมีกระบุงใบหนึ่งแบกอยู่ข้างหลังเดินขึ้นเขา คุณจะเก็บดอกไม้ (หาความสุข) หรือจะเก็บหินใส่ (แบกทุกข์ขึ้นไป) มีเพื่อนรุ่นพี่ผมคนหนึ่งเขามีเงินเป็นพันล้าน เขาขายที่ดินมรดกที่ถนนเพลินจิตได้เงินมา 1,500 ล้านบาท มาถามผมจะเอาเงินไปลงทุนอะไรดี”

ผมบอกพี่..พี่สบายแล้วพี่ยังจะเก็บหินใส่หลังเดินขึ้นไปไหว้พระบน
ภูเขา อีกเหรอ ชีวิตมาขนาดนี้แล้วคุณจะเอาอะไรอีก แกซื้อรถสปอร์ต 3 คัน ผมบอกพี่พอแล้วไม่ควรซื้ออีกแล้ว แกมาชวนผมให้ลงทุนโน่นลงทุนนี่ ผมบอกว่าพี่นี่มันไม่ใช่แล้ว “พี่ผิดทางแล้วรู้มั้ย” ชีวิตผมปฏิญาณแล้วว่าจะไม่เป็นหนี้ ผมจะเก็บดอกไม้ ผมไม่เก็บหินใส่กระบุง”

ชีวิตของเซียนหุ้นรุ่นใหญ่วัย 55 ปี ไม่มีคนขับรถ ไม่มีมาด กินง่ายๆ มองจากการแต่งตัวเผินๆ (วันนั้น) สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวปล่อยชาย นุ่งกางเกงยีนส์ ใส่รองเท้ากีฬา ไม่ใส่เครื่องประดับ ถ้าเดินสวนกันแทบไม่มีใครรู้ว่าเขาคือ “เศรษฐีพันล้าน” มีทรัพย์สินมูลค่านับพันล้านบาทที่เป็น Net Asset โดยไม่มี “ตัวแดง” ในบัญชี

เซียนหุ้นพันล้าน สรุปว่า ชีวิตอย่างนี้ต่างหากที่โลก (คน) ต้องอิจฉา สมัยก่อนคนเลิกเล่นหุ้นได้มี 2 ประเภท คือ “ตาย” กับ หมดตัว แต่ผมจะเป็นคนแรกที่ทำให้เห็นว่าเลิกเล่นหุ้นเพราะ สมควรแก่เวลา ถึงตอนนี้จะหนีตลาดหุ้นไปไม่พ้นแต่ก็เล่นน้อยลงเยอะ

credit : http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I12789819/I12789819.html