วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟังนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับแฟชั่นพาซวย
สถานที่เกิดเหตุก็คือท๊อปส์เซนปิ่น แหล่งที่มีสาวๆแม่บ้านชุกชุม
ปกติผมเดินท๊อปส์บ่อยมาก เดินดูนู่นนี่เหมือนสาวๆเดินดูของหรูๆที่พารากอน
อุ๊ยนั่น หลุย์ลายใหม่ สวยเนอะแก อ๊ะนี่ กุชชี่รุ่น limited ดูเก๋สุดฤทธิ์ (แต่ไม่ซื้อ)
แต่ของผมนี่ อ๊ะนี่ เต้าหู้ไข่ เด้งๆ อ๊ะนั่น เถ้าแก่น้อยรสอะไร ไม่เคยเห็น (ไม่ซื้อเช่นกัน)

ด้วยความที่มันเป็นวันที่ 15…. ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของมนุษย์เงินเดือน
เลยไปเดินชอปปิ้งเกร๋ๆที่ท๊อปส์ฯ ซื้อมาม่าประทังชีวิต 3 ห่อ
อ่อ ท๊อปส์เซนปิ่นเปลี่ยนเลเอาท์ใหม่นะครับ เดินลำบากดี
พอซื้อเสร็จ ก็เลยเดินไปซื้อยูนิฟทิปโก้มากินขำๆ อยากกินน้ำส้ม
ต้องส้ม 40% นะครับ กลางเดือนกิน 100% ไม่ได้ ต้องประหยัด
คือจริงๆมันต่างกันไม่กี่บาท แต่ก็เพื่อคุณค่าทางใจ(ว่าประหยัด)
เหมือนกับผู้หญิงซื้อของเซลล์ อร๊ายยย เซลล์ 20% ค่ะแฟนขา (ตีเป็นเงินแล้วลด 100 เดียว … เวรกำ)

คราวนี้ (เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า) มันมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงยูนิฟทิปโก้
เธอมากับฝนครับ สังเกตได้ว่าผมหยอยๆของเธอมันดูเปียกชื้น น่าจะเดินตากฝน
แล้วเธอใส่กระโปรงสั้นมากครับ สงสัยฝนตกบ่อย กลัวตรูดชื้น
ถ้าถามว่าสั้นขนาดไหน ลองคิดถึงพวกนักเทนนิสหญิงอ่ะครับ แบบนั้นเลย

ผมก็เดินเข้าไปตรงนั้น คือใกล้ๆกันนี่แหละ เธอก็เหมือนจะเลือกๆอยู่ (สนใจให้ผมเลือกให้ป่ะล่ะ)
มือขวาผมก็ถือห่อมาม่า มือซ้ายก็หยิบน้ำผลไม้มาดู … 40% นะครับ
ทันใดนั้นเองเธอก็เกิดการเคลื่อนไหวครับ พร้อมกับความคิดที่วิ่งปรี๊ดเข้ามาในหัวของผม

“นิ่มๆ … ผ้า … เชี่ยละ!” (เป็นความคิดที่เกิดในเสี้ยววินาที)

ผมก้มไปมองที่มือขวาของผม … เป็นอะไรไปไม่ได้นะคับ ณ จุดนั้น
ก้นเธอครับ การขยับตัวของเธอ ทำให้ก้นเธอมาโดนมือผม… เต็มๆครับ เนื้อๆ ไม่มีอะไรขวางกั้น
ผมคาดการณ์ไม่ผิด เพราะก้นเธออยู่ระดับมือที่ถือมาม่าของผมพอดี
แล้วจากความรู้สึก มันไม่ได้โดนเฉียดๆนะครับ มันมีแรงกดเข้าไปด้วย (โคตรซวย)
คือไม่รู้พี่แกขยับยังไงก้นถึงมาโดนมือผม สงสัยชาติก่อนเป็แมว ชอบเอาก้นถูเสา

ผมมองหน้าเธอ เธอมองหน้าผม เราสองคนมองหน้ากันและกัน และเธอก็พูดขึ้นว่า..

“ทุเรศ!”

เธอสะบัดกระโปรงสั้นๆ แล้วเข็นรถเข็นออกไปทันที โดยทิ้งผมไว้กับความว่างเปล่า…

ความรู้สึกมันเหมือนกับ เห้ย เราคบกันมา 5 ปี แต่ความสันพันธ์เราจบกันในแค่ 5 วินาที
มันแบบ มึนๆ อึนๆ …กุผิด? กุเปล่านะ? ฟังผมก่อนคุณดี๋ ผมไม่ได้ตั้งใจ

ผมมองเธอจนสุดสายตา และเห็นว่าเธอเข็นรถเข็นไปหาผู้ชายคนหนึ่ง
สติสัมปชัญญะได้กระซิบข้างหูผม บอกว่า … “นั่นแฟน โดนตรีนแน่ๆ มันต้องปรักปรำเมิง”

อ่าห์ … บรรยากาศไม่ดี ผมก็รีบเดินออกมาจากบริเวณนั้นทันที
ไม่ซื้อแม่มละน้ำผลไม้ เดี๋ยวได้เปลี่ยนจากน้ำส้มเป็นน้ำใบบัวบก

จบครับ เรื่องมันมีแค่นี้เอง แต่เป็นคนเยอะๆ เลยเขียนเยอะๆ
คนนั้นเป็นเพื่อนใคร ช่วยบอกด้วยนะครับว่า ผมปล่าว ผมบริสุทธิ์ใจ
นี่ถ้าชีกรี๊ดแล้วตบหน้าผมซักฉาด คราวนี้คงหันไปเดินเกร๋ๆในโลตัสแทน อายพนักงานท๊อปส์

**ผมไปเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง เพื่อนผมถามว่าถ้าแฟนมันเดินมาหาเรื่อง จะทำยังไง
แน่นอนครับผมเตรียมรับสถานการ์ณนี้ไว้แล้ว ผมเป็นคนรอบคอบมากๆ

น้องสั้น – “ไอนี่แหละ มันจับก้นหนู” (ทำหน้าเรยาสุดฤทธิ์)
แฟนน้องสั้น – “เห้ย เมิงจับก้นแฟนกุเหรอวะ”
ผม – “กุปล่าว กุมาซื้อมาม่า”

credit: http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q10590291/Q10590291.html