สิ่งที่ผมจะเขียนวันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความคิดและความเข้าใจส่วนตัวของผมนะครับ เรื่องราวจะเกี่ยวกับ ความฝัน, ความพยายาม และลงมือทำ ผมเชื่อว่าคนทุกคนมีความฝัน ฝันว่าอยากจะเป็นแบบนี้อยากจะเป็นแบบนั้น เช่นเดียวกับตัวผมครับ ทุกคนย่อมมีความฝันที่แตกต่างกัน แต่ที่สมัยนี้ผมได้ยินบ่อยเหลือเกิน คืออยากไปเที่ยวรอบโลก อยากมีเงินซื้ออะไรก็ได้ อยากจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน อย่างเป็นนักดนตรี และอะไรต่างๆอีกมากมาย ใครๆก็อยากจะประสบความสำเร็จและไปถึงความฝันนั้นๆกันทุกคน แต่สิ่งที่จะทำให้ฝันนั้นสำเร็จได้แน่นอนครับ มันคือการลงมือทำ และความพยายามที่จะทำมันให้สำเร็จ ทุกฝันล้วนต้องการความพยายามครับ อย่างเช่น ถ้าคุณฝันอยากจะไปเที่ยวรอบโลก แน่นอนคุณต้องมี “เงิน” และ “เวลา” ถึงแม้จะเที่ยวประหยัดยังไงก็ตามนะครับ อย่างน้อยๆคุณก็ต้องเสียเงินขึ้นเครื่องบินไปอยู่ดี แล้วไปทีแค่เสาร์,อาทิตย์ ก็ไม่พอ หรือถ้าคุณอยากเป็นมหาเศรษฐี คุณย่อมต้องหาเงิน มีเงินให้มาก ลงทุนให้เป็น คุณต้องเรียนรู้ครับ อยากเป็นนักดนตรีคุณย่อมต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายเพื่อที่จะไปให้ถึงความฝัน คำที่ผมชอบมากคือ “หน่วยความพยายาม’ คำนี้ใช้ยังไง ลองมาดูกันครับ

“หน่วยความพยายาม’
ผมไม่แน่ใจว่าผมได้ยินคำนี้มาจากที่ไหน แต่ยังจำมาใช้จนวันนี้ครับ หน่วยความพยายามตามความเข้าใจของผมนะครับ มันคือการเปรียบความพยายามเป็นตัวเลข ใช้ได้ในหลายๆแง่นะครับ เช่น ต่อ 1 “หน่วยความพยายาม” ที่คุณให้กับการทำงานประจำให้อะไรคุณบ้าง หรือ ถ้าคุณมีความพยายามอยู่ 10 หน่วย คุณใช้มันทำอะไรบ้าง ที่ผมชอบเรื่องนี้เพราะมันมีการเปรียบเทียบให้เป็นภาพชัดมากๆเลยครับ เพราะความพยายามของคนเราผมว่ามันน่าจะมีจำกัด แล้วมันจึงทำให้ผมคิดได้ว่าทุกวันนี้เราใช้ความพยายามของเราลงไปในเรื่องใด แล้วเราได้อะไรกลับมาบ้าง คิดทั้งแบบในอนาคต แล้วก็ปัจจุบัน
เราจะสมดุล “หน่วยความพยายาม” อย่างไรก็อยู่ที่จุดมุ่งหมายของแต่ละคนนะครับ ลองคิดถึงเป้าหมายของเรา แล้วลองนำเรื่องนี้ไปใช้ มันจะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ เช่น ผมมีเป้าหมายว่าผมอยากมีเงิน มีความสุข และมีเวลา ผมจะต้องทำอย่างไรจึงได้สิ่งนั้นมา
จึงมาเริ่มที่การกระทำครับถ้าไม่มีการกระทำแน่นอนว่าเราไม่สามารถนับสิ่งนั้นเป็นความพยายาม อย่างแรกที่ผมทำคือ คิดถึงสิ่งที่ผมทำอยู่ และสิ่งที่ผมควรจะทำเพื่อที่จะเข้าใกล้ความฝันของผม เช่น

1. ตอนนี้ผมทำงานประจำอยู่ สิ่งที่งานประจำให้ผมคือ เงิน ที่สามารถเลี้ยงชีพและนำไปลงทุนต่อได้
2. ผมเริ่มทำธุรกิจโดยการออกบูธขายอาหารซึ่งการทำอาหารเป็นสิ่งที่ผมรัก เพื่อสร้างชื่อเสียง สร้างธุรกิจ และสร้างรายได้เสริม

คร่าวๆประมาณนี้นะครับ ทีนี้จาก 2 อย่างให้เราลองมองไปในอนาคตว่าทำอะไรแล้วจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด
1. ถ้าผมให้ “หน่วยความพยายาม” กับข้อแรกมากที่สุด ผมจะเติบโตในหน้าที่การงาน มีเงิน แต่มีเวลาให้ครอบครัว และความฝันค่อนข้างน้อย
2. ถ้าผมให้ “หน่วยความพยายาม” กับข้อที่ 2 มากที่สุด ธุรกิจจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเปลี่ยนจากรายได้เสริมเป็นรายได้หลักได้ ผมอาจจะจ้างคนมาทำเพิ่ม หรือขาย franchise ได้ ทีนี้ผมก็จะได้ทั้งเงิน และมีเวลาให้ครอบครัวที่ผมรัก
แต่พอเปรียบเทียบกับความเป็นจริง ผมไม่สามารถออกมาทำธุรกิจเต็มตัวได้ ผมจึงต้องแบ่งหน่วยความพยายามออกเป็น 2 ส่วน ส่วนนึงให้ งานประจำเพื่อที่จะสร้างรายได้เลี้ยงชีพและมาต่อทุนให้ธุรกิจ และอีกส่วนนึงให้ธุรกิจและครอบครัวของผม แน่นอนครับเมื่อใช้ความพยายามเยอะๆ เราย่อมจะต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา แต่จงจำไว้ครับว่าสิ่งที่เราเหนื่อยเพื่อมัน เมื่อเกิดการกระทำแล้วมันจะมีผลให้เราเก็บเกี่ยวอยู่เสมอ แล้วยิ่งเราพยายามกับมันมากเท่าไหร่ ผลก็ยิ่งออกให้เราเห็นชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ก็อยู่ที่ตัวคุณแล้วครับว่าจะใช้ความพยายามของคุณแบบไหน

หวังว่าทุกคนจะได้ทำตามความฝันและประสบความสำเร็จนะครับ